
การรับประทานอาหารของคนเราก็มีหลากหลายรูปแบบ บางคนชอบทานเนื้อ บางคนชอบทานของหวาน บางคนทานมังสวิรัต หรือบางคนอาจจะกินเจ ซึ่งการกินเจนั้น ทุกคนสามารถทำได้ โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้รับประทานเอง โดยอาจจะเลือกทำในช่วงเทศกาลกินเจ หรือจะเลือกทำเป็นประจำด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน
บทความนี้จะขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับการกินเจ ที่มีเรื่องราวน่าสนใจ และมีประโยชน์ หากอยากรู้ว่าทำไมการกินเจถึงดีกับร่างกายและสุขภาพจิตของคนเรา ลองมาอ่านไปพร้อม ๆ กันเลย
กินเจคืออะไร?
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “กินเจ” คือ การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน หรือที่ชาวพุทธในไทยถือ “อุโบสถศีล” หรือคือ “การรักษาศีล 8 ” โดยหลังจากเที่ยงวันแล้วจะไม่รับประทานอาหารอีกแต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยม “การไม่กินเนื้อสัตว์” ไปรวมกับคำว่า “กินเจ” ซึ่งเป็นการถือศีลไปด้วยทุกวันนี้ถึงแม้จะรับประทานอาหาร ทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ ยังคงเรียกว่า “กินเจ”
ฉะนั้นความหมายก็คือ “คนที่กินเจ” ไม่ใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่คนกินเจยังต้องดำรงตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาดงดงามทั้งกาย วาจา และใจ และเป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วยพร้อมกัน
การกินเจมีกี่แบบ
สำหรับผู้ที่มีความสนใจ อยากเริ่มต้นกินเจบ้าง ควรมาทำความเข้าใจรูปแบบของการกินเจก่อน โดยหลัก ๆ แล้วจะมี 2 แบบ ได้แก่
- การกินเป็นกิจวัตร คือ การละเว้นการกินเนื้อสัตว์ทั้ง 3 มื้อ เป็นประจำทุกวัน
- การกินเฉพาะช่วงประเพณีกินเจ คือ การกินเจในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน ซึ่งวันเวลา ของการกินเจทั้ง 9 วันนั้น จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป
เตรียมตัวก่อนกินเจ
ก่อนที่จะถึงช่วงเวลากินเจนั้น ผู้กินเจจะต้องเตรียมตัวล้างท้องก่อนกินเจ ก็คือ การกินเจก่อนถึงวันเทศกาลเจจริงประมาณ 1-2 วัน โดยส่วนมากจะนิยมล้างท้องโดยงดเว้นเนื้อสัตว์ ผัก และอาหารต้องห้ามทุกชนิด ก่อนกินเจจริง ๆ 1 วัน เพื่อชะล้างเนื้อสัตว์ หรืออาหารคาวต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายออกให้หมดสิ้น เมื่อถึงวันถือศีลกินเจ ร่างกายจะได้สะอาด พร้อมถือศีลกินเจตามประเพณี
ในกรณีที่เพิ่มเริ่มต้นและยังใหม่อยู่ อาจจะยังไม่สามารถละเว้นเนื้อสัตว์ได้ในทันที อาจปรับทีละน้อย โดยเปลี่ยนจากการกินเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว มากินเป็นเนื้อปลา และเน้นกินโปรตีนจำพวกถั่วต่าง ๆ พร้อมกับเพิ่มผัก-ผลไม้ลงไปในมื้ออาหาร เพื่อให้ระบบย่อยอาหารเริ่มปรับตัวก็ได้เช่นกัน
