ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก

ภูเขา ทิวเขา หรือเทือกเขาหมายถึง ลักษณะภูมิประเทศ ที่มีความสูงตั้งแต่ 600 เมตรขึ้นไปจากพื้นที่บริเวณรอบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเนินเขา แต่ว่าเนินเขานั้น จะมีพื้นที่สูงจากบริเวณรอบ ๆ ประมาณ 150 แต่ไม่เกิน 600 เมตร โดยจะแบ่งเป็นลักษณะต่างๆ คือ ภูเขาโก่งตัว ภูเขาเลื่อนตัวหรือหักตัว ภูเขาโดม และภูเขาไฟ  ในวันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ 6 ภูเขาสูงที่สุดในโลกกันเลย

1. Everest

ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ (Everest) ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาหิมาลัย ช่วงเขตพรมแดนประเทศเนปาลและจีน  มีความสูง 8,848 เมตร แต่จากภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ จะเตี้ยลง 1 เซ็นติเมตรต่อปี ดังนั้นมาช่วยโลกของเราด้วยการรณรงค์งดใช้พลาสติกกันเถอะ

2. Godwin Austen

ยอดเขาเคทู (K2) อยู่ในเทือกเขาคาราโคราม (Karakoram) ซึ่งเป็นเทือกเขาสาขาของเทือกเขาหิมาลัย ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อของประเทศปากีสถานและประเทศจีน ยอดเขา K2 อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 8,611 เมตร หรือ 28,251.3 ฟุต

3. Kangchenjunga

เป็นภูเขาในเทือกเขาหิมาลัยบริเวณพรมแดนประเทศอินเดียกับเนปาล โดยมันมีความสูงที่ 8,586 เมตร โดยภูเขา Kanchenjunga อยู่ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 125 กิโลเมตรจากยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งถือว่าเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่สองในเทือกเขาหิมาลัย

4. Lhotse

ตั้งอยู่เทือกเขาหิมาลัยบริเวณรอยต่อของประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของประเทศจีน ยอดเขาลอห์ตเซอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 8,516 เมตร หรือ 27,940 ฟุต เชื่อมต่อกับสันเขาทางใต้และความหมายของมันคือ “South Peak” ซึ่งคือจุดสูงสุดทางตอนใต้ของทิเบต นอกจากจุดที่สูงที่สุดที่มีความสูงที่ 8,516 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลแล้ว ภูเขายังมีส่วนสูงอื่นๆ อีกที่เรียกว่า Lhotse Middle อยู่ทางทิศตะวันออกด้วย

5. Makalu

เป็นภูเขาที่สูงเป็นอับดับที่ 5 ของโลกโดยมีความสูงอยู่ที่ 8,485 เมตรจากระดับน้ำทะเลปลานกลาง โดยมันมีที่ตั้งอยู่ที่ Mahalangur Himalayas อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยอดเขาเอเวอเรสต์ 19 กิโลเมตร โดยเป็นพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและจีน และนั้นเป็นหนึ่งใน the eight-thousanders โดย Makalu นั้นมีรูปทรงที่โดดเด่นคือทั้งสี่ด้านนั้นเป็นเหมือนปิรามิด

6. Cho Oyu

ตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยอีกเช่นกัน โดยอยู่ระหว่างพรมแดนของเขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีนและประเทศเนปาล ยอดเขาโช โอยูมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 8,201 เมตร หรือ 26,906 ฟุต อยู่ห่างจากยอดเขาเอเวอเรสต์ไปทางตะวันตก 20 กิโลเมตร

7. Dhaulagiri

มีความสูงอยู่ที่ 8,167 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปลานกลาง และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดภายในเส้นพรมแดนในประเทศเดียวซึ่งก็คือเนปาล เทือกเขา Dhaulagiri นั้นอยู่ห่างจากแม่น้ำ Kaligandaki 120 กิโลเมตร โดยชื่อของภูเขานั้นมาจากภาษาเนปาล โดย dhawala หมายถึง ความสุกใส ความขาวสะอาด และความสวยงาม และ giri หมายถึงภูเขา โดยภูเขาลูกนี้ถูกปีนสำเร็จครั้งแรกเมื่อ 13 พฤษภาคม 1960 โดยนักเดินทางชาวสวิส ออสเตรียและเนปาล

Explore More

ระบบนิเวศทางทะเล

Sea Ecosystem

ทะเลไทยทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและฟากทะเลอันดามัน ตั้งแต่บริเวณหาดทรายไปจนถึงเวิ้งทะเลกว้างไกล หมู่เกาะอีกมากมาย และแนวปะการังแห่งสรรพชีวิต เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมอีกรูปแบบ ที่เราเรียกโดยรวมได้ว่าเป็นระบบนิเวศทางทะเล เป็นระบบและความสัมพันธ์ที่มีความสลับซับซ้อนไม่น้อยไปกว่าระบบนิเวศป่าไม้บนบก           หากเรามองผืนน้ำทะเลไทยด้วยสายตาของนก เราจะเห็นความสัมพันธ์ที่ว่าภายใต้ระบบนิเวศทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ ลงไปจนถึงระบบนิเวศเฉพาะพื้นที่ เช่น ระบบนิเวศเกาะ ระบบนิเวศหาดทราย ระบบนิเวศแนวปะการัง เป็นต้น ภายใต้ความสัมพันธ์ระดับย่อยนี้ ปรากฏเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตของสิ่งมีชีวิตหลากหลายที่น่าสนใจ ที่ดำรงอยู่ภายใต้กฎ ข้อจำกัด และการเอื้ออำนวยสภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ   นิเวศบนโขดหิน           บริเวณปลายแหลมสองด้านของเวิ้งอ่าวมักเป็นโขดหินใหญ่ที่ร้อนระอุและแหลมคม ที่นี่เป็นระบบนิเวศที่ต่อเนื่องมาจากหาดทราย เนื่องจากมรสภาพโล่ง ไม่มีต้นไม้ปกคลุม และหินยังเก็บความร้อนได้ดี บริเวณโขดหิน

พลังงานลมในเมืองใหญ่ ทำได้จริงในทางวิศวกรรม หรือแค่ความหวัง?

พลังงานหมุนเวียน

เมื่อพูดถึง “กังหันลมผลิตไฟฟ้า” เรามักนึกถึงภาพทุ่งกว้างริมทะเลหรือบนภูเขาสูงที่มีกังหันยักษ์ตั้งเรียงราย แต่ในบริบทของ “เมืองใหญ่” (Urban City) ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและการใช้พลังงานมหาศาล แนวคิดเรื่องการนำพลังงานหมุนเวียนจากลมมาใช้กลางกรุงกลับเป็นประเด็นถกเถียงที่น่าสนใจ หลายคนตั้งคำถามว่า ลมในเมืองที่แปรปรวนจะปั่นไฟได้จริงหรือ? หรือจะเป็นเพียงประติมากรรมประดับตึกที่หมุนบ้างไม่หมุนบ้าง? บทความนี้จะพาไปหาคำตอบผ่านมุมมองวิศวกรรมและนวัตกรรมล่าสุด ความท้าทายของลมเมือง (The Urban Wind Challenge) การผลิตไฟฟ้าจากลมในเมืองมีความยากกว่าในที่โล่งแจ้งหลายเท่า เนื่องจากปัจจัยทางกายภาพ: นวัตกรรมที่เข้ามาพลิกเกม (Game-Changing Innovations) แม้อุปสรรคจะเยอะ แต่นักวิศวกรไม่เคยหยุดพัฒนา เพื่อให้พลังงานหมุนเวียนสามารถแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่เมืองได้ Checklist: เมืองแบบไหนที่ “เวิร์ก” กับพลังงานลม?

พลังแห่งวิทยาศาสตร์ 3 โปรเจคที่น่าติดตาม ยกระดับพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

3 โปรเจควิทยาศาสตร์

จากการพัฒนาอย่างก้าวล้ำทางด้านความเป็นอยู่ของมนุษย์ ได้ก่อให้เกิดการทำลายธรรมชาติ และทำลายสิ่งแวดล้อมมากมาย ซึ่งในขณะนี้ทั่วโลกก็มีความตื่นเต้นในการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันนี้เราก็มี 3 โปรเจควิทยาศาสตร์ที่น่าติดตาม มานำเสนอให้คุณได้เพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีคุณภาพแห่งอนาคตนี้กัน  1. กริดอัจฉริยะ สมาร์ตกริดกำลังเปิดตัวการทดสอบในสหรัฐอเมริกา และต่างประเทศ แนวคิดนี้มีจุดประสงค์อยู่ที่เพิ่มการผลิตพลังงานในท้องถิ่นไปจนถึงระดับครัวเรือน และยังทำให้สามารถจัดเก็บพลังงานที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการผลิตพลังงานให้มีความก้าวล้ำ และเป็นพลังงานที่สะอาดยิ่งกว่าเดิม จากการศึกษาของสถาบันวิจัยพลังงานไฟฟ้า ภายในปี 2030 พบว่าเทคโนโลยีสมาร์ตกริด อาจช่วยทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนลง 58% เมื่อเทียบกับระดับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว  2. การดักจับคาร์บอน การที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมากเกินไป ก็จะทำให้โลกของเราร้อนขึ้น แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์เหล่านี้ไม่ให้ลอยขึ้นสู่อากาศได้