ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ทั้งสิ่งมีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิต สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า และไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า รวมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น หรืออาจกล่าวได้ว่าสิ่งแวดล้อมประกอบด้วยทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และสามารถนำมาเป็นปัจจัยเอื้อประโยชน์ในการดำรงชีวิต รวมถึงการผลิตสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์

 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มคละกันไป โดยอยู่ร่วมกันอย่างมีโครงสร้าง เป็นระบบมีกฎเกณฑ์ หรือข้อบังคับที่ควบคุมกันเองตามธรรมชาติรวมทั้งที่มนุษย์กำหนดขึ้น การอยู่เป็นกลุ่มของสรรพสิ่งเหล่านี้ จะแสดงพฤติกรรมร่วมกันภายในขอบเขตและแสดงเอกลักษณ์ของกลุ่มออกมาอย่างชัดเจน กลุ่มของสรรพสิ่งเหล่านี้อาจเรียกว่า ระบบนิเวศ หรือระบบสิ่งแวดล้อมก็ได้

          เมื่อมองลึกลงในรายละเอียด อาจอธิบายเพิ่มเติมได้ว่าระบบนิเวศเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตด้วยกัน และระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ แสงอาทิตย์ อากาศ น้ำ ดิน และแร่ธาตุต่างๆ ทั้งในชั้นดินและบรรยากาศ เพราะสิ่งมีชีวิตต้องอาศัยวัตถุดิบในการดำรงชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน เป็น
วัฏจักรของการแลกเปลี่ยนหรือถ่ายทอดพลังงานและสารอาหารอย่างไม่จบสิ้น ภายใต้องค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประเภท คือ

          องค์ประกอบที่เป็นสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตสาร
อนินทรีย์ ได้แก่ น้ำ ออกซิเจน แสง อุณหภูมิ คาร์บอนไดออกไซด์ และแร่ธาตุต่างๆ และสารอินทรีย์ ได้แก่ โปรตีน แป้ง ไขมัน

          สิ่งมีชีวิตจำพวกพืช ตั้งแต่ขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ จนถึงไม้ยืนต้นขนาดใหญ่พืชเหล่านี้ทำหน้าที่นำพลังงานจากแสงแดดมาใช้ในการสังเคราะห์สารอนินทรีย์เข้าด้วยกันเพื่อผลิตสารอินทรีย์ขึ้นมา สิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้เรียกว่า ผู้ผลิต

          สิ่งมีชีวิตจำพวกสัตว์ อาจเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเกือบไม่เห็น หรือสัตว์ทั่วไปที่ยังชีพด้วยการกินสัตว์อื่นเป็นอาหาร มีทั้งสัตว์ที่กินพืช สัตว์ที่กินสัตว์ และสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ ทั้งหมดนี้เรียกว่า ผู้บริโภค ซึ่งมีอยู่หลายระดับ

          สิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์จากสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว ให้เปลี่ยนเป็นรูปของสารอนินทรีย์หรือแร่ธาตุต่างๆ กลับคืนสู่สภาพแวดล้อม เพื่อนำกลับมาใช้หมุนเวียนในระบบอีกครั้งหนึ่ง สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เรียกว่า ผู้ย่อยสลาย

          ในระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุดหรือที่เรียกว่า ชีวมณฑล จะประกอบด้วยระบบนิเวศขนาดเล็กและใหญ่อยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศป่าไม้ ระบบนิเวศ น้ำจืด แม้กระทั่งระบบนิเวศใต้ขอนไม้ผุและอื่นๆ โดยที่ทุกๆ ระบบนิเวศจะมีบทบาทและความสำคัญต่อระบบรวม ในลักษณ์ของการปฏิสัมพันธ์ต่อกัน พึ่งพาอาศัยกันและไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอื่นๆ ลักษณะนี้จัดว่าเป็นระบบนิเวศที่มีโครงสร้างและทำหน้าที่ของตนเอง

Explore More

พลังแห่งวิทยาศาสตร์ 3 โปรเจคที่น่าติดตาม ยกระดับพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

3 โปรเจควิทยาศาสตร์

จากการพัฒนาอย่างก้าวล้ำทางด้านความเป็นอยู่ของมนุษย์ ได้ก่อให้เกิดการทำลายธรรมชาติ และทำลายสิ่งแวดล้อมมากมาย ซึ่งในขณะนี้ทั่วโลกก็มีความตื่นเต้นในการจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันนี้เราก็มี 3 โปรเจควิทยาศาสตร์ที่น่าติดตาม มานำเสนอให้คุณได้เพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีคุณภาพแห่งอนาคตนี้กัน  1. กริดอัจฉริยะ สมาร์ตกริดกำลังเปิดตัวการทดสอบในสหรัฐอเมริกา และต่างประเทศ แนวคิดนี้มีจุดประสงค์อยู่ที่เพิ่มการผลิตพลังงานในท้องถิ่นไปจนถึงระดับครัวเรือน และยังทำให้สามารถจัดเก็บพลังงานที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการผลิตพลังงานให้มีความก้าวล้ำ และเป็นพลังงานที่สะอาดยิ่งกว่าเดิม จากการศึกษาของสถาบันวิจัยพลังงานไฟฟ้า ภายในปี 2030 พบว่าเทคโนโลยีสมาร์ตกริด อาจช่วยทำให้ลดการปล่อยคาร์บอนลง 58% เมื่อเทียบกับระดับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว  2. การดักจับคาร์บอน การที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศมากเกินไป ก็จะทำให้โลกของเราร้อนขึ้น แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถดักจับคาร์บอนไดออกไซด์เหล่านี้ไม่ให้ลอยขึ้นสู่อากาศได้

ระบบนิเวศทางทะเล

Sea Ecosystem

ทะเลไทยทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและฟากทะเลอันดามัน ตั้งแต่บริเวณหาดทรายไปจนถึงเวิ้งทะเลกว้างไกล หมู่เกาะอีกมากมาย และแนวปะการังแห่งสรรพชีวิต เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมอีกรูปแบบ ที่เราเรียกโดยรวมได้ว่าเป็นระบบนิเวศทางทะเล เป็นระบบและความสัมพันธ์ที่มีความสลับซับซ้อนไม่น้อยไปกว่าระบบนิเวศป่าไม้บนบก           หากเรามองผืนน้ำทะเลไทยด้วยสายตาของนก เราจะเห็นความสัมพันธ์ที่ว่าภายใต้ระบบนิเวศทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ ลงไปจนถึงระบบนิเวศเฉพาะพื้นที่ เช่น ระบบนิเวศเกาะ ระบบนิเวศหาดทราย ระบบนิเวศแนวปะการัง เป็นต้น ภายใต้ความสัมพันธ์ระดับย่อยนี้ ปรากฏเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตของสิ่งมีชีวิตหลากหลายที่น่าสนใจ ที่ดำรงอยู่ภายใต้กฎ ข้อจำกัด และการเอื้ออำนวยสภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ   นิเวศบนโขดหิน           บริเวณปลายแหลมสองด้านของเวิ้งอ่าวมักเป็นโขดหินใหญ่ที่ร้อนระอุและแหลมคม ที่นี่เป็นระบบนิเวศที่ต่อเนื่องมาจากหาดทราย เนื่องจากมรสภาพโล่ง ไม่มีต้นไม้ปกคลุม และหินยังเก็บความร้อนได้ดี บริเวณโขดหิน

6 ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก

ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก

ภูเขา ทิวเขา หรือเทือกเขาหมายถึง ลักษณะภูมิประเทศ ที่มีความสูงตั้งแต่ 600 เมตรขึ้นไปจากพื้นที่บริเวณรอบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเนินเขา แต่ว่าเนินเขานั้น จะมีพื้นที่สูงจากบริเวณรอบ ๆ ประมาณ 150 แต่ไม่เกิน 600 เมตร โดยจะแบ่งเป็นลักษณะต่างๆ คือ ภูเขาโก่งตัว ภูเขาเลื่อนตัวหรือหักตัว ภูเขาโดม และภูเขาไฟ  ในวันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ 6 ภูเขาสูงที่สุดในโลกกันเลย 1. Everest ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ (Everest) ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก